Line
แบบฟอร์มติดต่อ
1483 สายด่วนบริการ เบอร์โทรฟรี
ค้นหาที่ตั้งสาขา
ภาพการคัดสินค้า-DE
คลังสินค้าและกระบวนการ
คลังสินค้าและกระบวนการ
08/10/2569

คู่มือการหยิบจัดสินค้าในคลังสินค้า (Order Picking): วิธีการ กลยุทธ์ และการเพิ่มประสิทธิภาพ

ใช้เวลาอ่านโดยประมาณ: ประมาณ 12 นาที

การหยิบจัดสินค้า (Order Picking) คือหนึ่งในกระบวนการที่สำคัญที่สุดในระบบโลจิสติกส์คลังสินค้า เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเร็วในการจัดส่ง ต้นทุนการดำเนินงาน และความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ในคลังสินค้าหลายแห่ง กิจกรรมการหยิบสินค้ายังครองสัดส่วนที่สูงที่สุดของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมดอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ การปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการจัดสินค้าให้เหมาะสม (Picking Optimization) จึงสามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานในภาพรวมของคลังสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

คู่มือจาก ยุงไฮน์ริช (Jungheinrich) ฉบับนี้ จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของการจัดสินค้า แนะนำวิธีการและเทคโนโลยีการหยิบสินค้าที่นิยมใช้ในปัจจุบัน พร้อมเผยแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถพัฒนาประสิทธิภาพการจัดสินค้าได้อย่างเป็นระบบ

การหยิบจัดสินค้า (Order Picking) ในคลังสินค้าหมายถึงอะไร?

การหยิบจัดสินค้า (Order Picking) คือ กระบวนการค้นหา หยิบ และรวบรวมสินค้าจากคลังสินค้าตามรายการที่ระบุ เพื่อตอบสนองต่อคำสั่งซื้อของลูกค้า (Customer Orders) หรือความต้องการของฝ่ายผลิต (Production Requirements)

ในเชิงปฏิบัติ การหยิบจัดสินค้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยรับประกันว่า:

  • สินค้า ถูกต้อง (Right Items)
  • จำนวน ครบถ้วน (Right Quantity)
  • เวลา แม่นยำ (Right Time)
  • ส่งถึงมือผู้รับ ถูกคน (Right Recipient)

ทั้งนี้ คำว่า การหยิบจัดสินค้า มักถูกเรียกสลับหรือใช้แทนคำว่า "Order Fulfilment" (กระบวนการจัดการคำสั่งซื้อโดยรวม) อยู่บ่อยครั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การหยิบจัดสินค้า จะมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนการหยิบและการรวบรวมสินค้าจากพื้นที่จัดเก็บเท่านั้น โดยจะไม่รวมถึงขั้นตอนการบรรจุสินค้า (Packaging) หรือการจัดส่ง (Shipping) เข้าไปในกระบวนการนี้

การหยิบจัดสินค้า (Order Picking) ครอบคลุมกระบวนการต่างๆ ดังนี้:

  • การวางแผนและการจัดระบบกระบวนการทำงาน
  • การเลือกใช้วิธีการและเทคโนโลยีที่เหมาะสม
  • การปฏิบัติงานจริง
  • การติดตามผลและการควบคุม

เนื่องจากการหยิบจัดสินค้าเป็นกระบวนการที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น แม้จะเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อย ก็สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อประสิทธิภาพในภาพรวมของคลังสินค้าได้

ทำไมการหยิบจัดสินค้าที่มีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญ?

การปรับปรุงกระบวนการหยิบจัดสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (Optimized Order Picking) จะส่งผลต่อดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) หลักๆ ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ดังนี้:

ด้านที่ส่งผลกระทบผลลัพธ์จากการหยิบจัดสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
ต้นทุน (Costs)ช่วยลดค่าแรงงาน ลดความผิดพลาด และลดอัตราการตีคืนสินค้า
ความเร็ว (Speed)ระยะเวลาในกระบวนการทำงานสั้นลง ส่งผลให้จัดส่งสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ความแม่นยำ (Accuracy)ความแม่นยำในการหยิบสินค้าสูงขึ้น ช่วยลดปัญหาการร้องเรียนจากลูกค้า
ผลิตภาพ (Productivity)เพิ่มขีดความสามารถในการหมุนเวียนสินค้า และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer satisfaction)สร้างความน่าเชื่อถือผ่านการจัดส่งสินค้าที่ถูกต้องและตรงต่อเวลา

ในทางกลับกัน หากกระบวนการหยิบจัดสินค้าขาดประสิทธิภาพ ก็จะนำไปสู่ความล่าช้า ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และความไม่พึงพอใจของลูกค้าในที่สุด

กระบวนการหยิบจัดสินค้า (Order Picking Process Breakdown)

ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีการใดก็ตาม โดยทั่วไปแล้วกระบวนการหยิบจัดสินค้าในคลังสินค้าจะมีขั้นตอนหลักๆ ดังต่อไปนี้:

ขั้นตอนการทำงานคำอธิบายกระบวนการ
1. การรับคำสั่งซื้อ (Order acceptance)ระบบจะรับออเดอร์เข้ามา จากนั้นจะทำการแปลงข้อมูลคำสั่งซื้อเหล่านั้นให้กลายเป็นรายการงานสำหรับหยิบสินค้า (Picking Tasks)
2. การวางแผนหยิบสินค้า (Picking planning)ขั้นตอนการเลือกวิธีการหยิบจัดสินค้า การคำนวณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางเดินรถ/เดินหยิบ (Route Optimisation) รวมถึงการจัดสรรกำลังคนและอุปกรณ์ให้เหมาะสม
3. การปฏิบัติการหยิบสินค้า (Picking execution)เจ้าหน้าที่หรือหุ่นยนต์อัตโนมัติจะทำการเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บ และหยิบสินค้าออกมาจากตำแหน่งชั้นวาง (Storage Locations) ตามรายการ
4. การตรวจสอบความถูกต้อง (Control)ขั้นตอนการตรวจทานความครบถ้วนแม่นยำ เพื่อยืนยันว่าสินค้าที่หยิบออกมานั้นถูกต้องตรงตามออเดอร์ ทั้งในเรื่องของชนิดและจำนวน
5. การส่งต่อสินค้า (Transfer)การส่งมอบสินค้าที่หยิบจัดเสร็จเรียบร้อยแล้วไปยังแผนกแพ็คของ (Packing) หรือแผนกจัดส่งสินค้า (Shipping) เป็นลำดับต่อไป

วิธีการหยิบจัดสินค้า: แนวคิดและรูปแบบหลัก (Order Picking Methods: Core Approaches)

วิธีการหยิบจัดสินค้า คือ รูปแบบการจัดการและประมวลผลคำสั่งซื้อภายในคลังสินค้า ซึ่งจะทำหน้าที่กำหนดทิศทางและขั้นตอนการทำงานในภาพรวมทั้งหมดของกระบวนการหยิบจัดสินค้า

ภาพรวมของวิธีการหยิบจัดสินค้าที่นิยมใช้ทั่วไป

วิธีการหยิบจัดสินค้าคำอธิบายรูปแบบหน้างานที่เหมาะสม (Use Case)
การหยิบตามคำสั่งซื้อแบบทีละใบ (Order-oriented / Serial picking)พนักงานจะเดินหยิบสินค้าทีละออเดอร์ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ก่อนจะเริ่มออเดอร์ถัดไปคลังสินค้าที่มีปริมาณออเดอร์ต่อวันน้อย แต่ตัวสินค้าในแต่ละออเดอร์มีความหลากหลายสูง
การหยิบหลายคำสั่งซื้อพร้อมกัน (Series-oriented / Parallel picking)พนักงานจะหยิบสินค้าของหลายๆ ออเดอร์มาพร้อมกันในรอบเดียว แล้วจึงนำมาคัดแยกรายออเดอร์ในภายหลังคลังสินค้าที่มีปริมาณออเดอร์หนาแน่น และแต่ละออเดอร์มีโครงสร้างสินค้าที่คล้ายคลึงกัน
การหยิบแยกตามโซน (Zone picking)การแบ่งคลังสินค้าออกเป็นโซนต่างๆ โดยพนักงานแต่ละคนจะรับผิดชอบหยิบเฉพาะสินค้าที่อยู่ใน โซนของตัวเองเท่านั้นคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้าง และมีประเภทสินค้า (SKUs) หลากหลายช่องจัดเก็บ
การหยิบรวมตามประเภทสินค้า (Article-oriented picking)การหยิบสินค้าประเภทเดียวกัน (SKU เดียวกัน) ออกมารวมกันเป็นจำนวนมากในครั้งเดียว เพื่อนำไปกระจายให้หลายๆ ออเดอร์คลังสินค้าที่มีประเภทสินค้าจำนวนน้อยรายการ (Few SKUs) แต่มีออเดอร์ที่สั่งสินค้าซ้ำๆ กันเป็นจำนวนมาก

วิธีการหยิบจัดสินค้าแต่ละรูปแบบต่างมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้ คลังสินค้าหลายแห่งจึงนิยมเลือกใช้ "ระบบไฮบริด" (Hybrid Combinations) หรือการผสมผสานหลายๆ วิธีเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงานให้ได้สูงที่สุด

กลยุทธ์และเทคโนโลยีในการหยิบจัดสินค้า (Order Picking Strategies and Technologies)

ในขณะที่ "วิธีการหยิบจัดสินค้า" เป็นตัวกำหนดโครงสร้างและการจัดระบบการทำงาน แต่ "กลยุทธ์การหยิบจัดสินค้า" จะมุ่งเน้นไปที่การเลือกใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือต่างๆ เข้ามาสนับสนุนพนักงานคลังสินค้าในระหว่างปฏิบัติงานจริง เพื่อให้การหยิบจัดสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด

ภาพรวมของกลยุทธ์และเทคโนโลยีการหยิบจัดสินค้า

กลยุทธ์ / เทคโนโลยีคำอธิบายประโยชน์หลักที่ได้รับ
การหยิบสินค้าแบบดั้งเดิม (Manual picking)การหยิบจัดสินค้าโดยใช้เอกสารใบงาน (Paper-based) หรือใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดพกพา (Handheld Scanner)ใช้เงินลงทุนต่ำ และมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนหน้างานสูง
ระบบหยิบสินค้าตามสัญญาณไฟ (Pick-by-Light)การใช้สัญญาณไฟวิ่งและตัวเลขดิจิทัลบนชั้นวาง เพื่อบอกตำแหน่งและจำนวนสินค้าที่ต้องหยิบช่วยให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีอัตราความแม่นยำสูงมาก
ระบบหยิบสินค้าด้วยคำสั่งเสียง (Pick-by-Voice)การสั่งงานผ่านหูฟังด้วยเสียงระบบคอมพิวเตอร์ และพนักงานขานตอบเพื่อยืนยันการหยิบพนักงานทำงานได้โดยไม่ต้องใช้มือถือเอกสาร (Hands-free) และสอดคล้องกับหลักการยศาสตร์
ระบบหยิบสินค้าผ่านแว่นตาอัจฉริยะ (Pick-by-Vision)การใช้แว่นตา AR (Augmented Reality) ในการแสดงข้อมูลและตำแหน่งของสินค้าบนหน้าจอแว่นพนักงานใหม่เรียนรู้งานได้เร็ว (Fast Onboarding) และมีความแม่นยำสูง
ระบบหยิบสินค้าอัตโนมัติ (Automated picking)การใช้หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AGV/AMR) หรือระบบจัดเก็บและคัดแยกสินค้าอัตโนมัติ (AS/RS)ให้ผลิตภาพ (Throughput) สูงสุด และรักษามาตรฐานการทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ

การเลือกกลยุทธ์และเทคโนโลยีที่ถูกต้อง จำเป็นต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับวิธีการหยิบจัดสินค้าที่เลือกใช้ รวมถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดของคลังสินค้าแต่ละแห่ง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูงสุด

ภาพการจัดสินค้าตามคำสั่งซื้อ 2

การเลือกวิธีการหยิบจัดสินค้าที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ (Choosing the Right Order Picking Method)

การเลือกวิธีการหยิบจัดสินค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จำเป็นต้องพิจารณาจากปัจจัยด้านการดำเนินงานที่หลากหลาย ตารางวิเคราะห์จาก ยุงไฮน์ริช (Jungheinrich) ด้านล่างนี้ จะช่วยให้คุณประเมินและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า รูปแบบใดที่ตอบโจทย์คลังสินค้าของคุณมากที่สุด

ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกวิธีการหยิบจัดสินค้า

ปัจจัยในการตัดสินใจประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
โครงสร้างคำสั่งซื้อ (Order structure)จำนวนรายการสินค้าต่อหนึ่งออเดอร์ และความคล้ายคลึงกันของแต่ละออเดอร์
ความหลากหลายของสินค้า (Product range)จำนวนประเภทสินค้า (SKUs) ทั้งหมดที่มี และลักษณะเฉพาะในการจัดเก็บสินค้าแต่ละประเภท
ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order volume)ความหนาแน่นของออเดอร์ในแต่ละวัน รวมถึงความผันผวนตามฤดูกาล (Seasonal Fluctuations)
ผังคลังสินค้า (Warehouse layout)ขนาดของพื้นที่ ความกว้างของช่องทางเดินรถ (Aisle Width) และประเภทของระบบจัดเก็บสินค้า
ระดับของระบบอัตโนมัติ (Degree of automation)ระบบซอฟต์แวร์หรือเครื่องจักรที่มีอยู่เดิม รวมถึงขีดความสามารถในการขยายระบบในอนาคต
งบประมาณ (Budget)เป้าหมายของเงินลงทุนเริ่มต้น (Investment Cost) และต้นทุนที่ต้องใช้ในการดำเนินงานระยะยาว

ในเชิงปฏิบัติ การเลือกใช้ "แนวคิดการหยิบจัดสินค้าแบบผสมผสาน" (Mixed Picking Concepts) มักจะเป็นโซลูชันที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะสามารถสร้างความสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นหน้างาน ประสิทธิภาพในการทำงาน และการควบคุมต้นทุนได้อย่างลงตัว

เทรนด์แห่งอนาคต: การหยิบจัดสินค้าอัจฉริยะ (Order Picking of the Future)

ปัจจุบันกระบวนการหยิบจัดสินค้ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ชาญฉลาดขึ้น มีการเชื่อมต่อข้อมูลถึงกันอย่างเป็นระบบ และเปลี่ยนผ่านไปสู่การทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation) มากยิ่งขึ้น

แนวโน้มสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมการหยิบจัดสินค้าในอนาคต

เทรนด์เทคโนโลยีผลกระทบต่อการหยิบจัดสินค้า
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI)ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคำนวณเส้นทางเดินรถแบบเรียลไทม์ (Dynamic Route Optimisation) และแม่นยำในการคาดการณ์ความต้องการสินค้า
เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics)การนำหุ่นยนต์เคลื่อนที่อิสระ (AMR) และหุ่นยนต์หยิบสินค้า (Picking Robots) เข้ามาทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ แทนแรงงานคน
เทคโนโลยีโลกเสมือน (Augmented Reality - AR)การใช้ระบบนำทางด้วยภาพ (Visual Navigation) เพื่อช่วยลดอัตราความผิดพลาดในการหยิบสินค้า
อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things - IoT)ระบบตรวจสอบสถานะสินค้าคงคลังและติดตามการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ในคลังสินค้าแบบเรียลไทม์
ความยั่งยืน (Sustainability)การเลือกใช้รถยกประหยัดพลังงาน (เช่น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน) และการลดระยะทางการวิ่งรถเพื่อประหยัดพลังงาน
การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์หุ่นยนต์จะรับหน้าที่ในงานที่ต้องใช้แรงทางกายภาพ ส่วนมนุษย์จะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมคุณภาพและการตัดสินใจสำคัญ
ระบบบนคลาวด์ (Cloud-based systems)ช่วยให้การเชื่อมต่อและขยายระบบเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำได้ง่าย ยืดหยุ่น และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ดีขึ้น

นวัตกรรมและการพัฒนาเหล่านี้ ช่วยให้คลังสินค้าสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานความแม่นยำและประสิทธิภาพในการทำงานไว้ได้อย่างสูงสุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดสินค้าตามคำสั่งซื้อ

โซลูชันการหยิบจัดสินค้า (Order Picking) จาก ยุงไฮน์ริช (Jungheinrich)

ยุงไฮน์ริช (Jungheinrich) พร้อมเป็นพันธมิตรที่เคียงข้างคุณในการส่งมอบโซลูชันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหยิบจัดสินค้าที่ตอบโจทย์อนาคต ครอบคลุมตั้งแต่การทำงานด้วยระบบแมนนวลแบบดั้งเดิม ไปจนถึงระบบคลังสินค้าอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Automated Warehouse)

ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 70 ปี ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เราพร้อมสนับสนุนและดูแลคุณในทุกขั้นตอนการพัฒนา ตั้งแต่การวิเคราะห์หน้างาน การวางแผนผังคลังสินค้า การติดตั้งระบบจริง ตลอดจนการปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว

ยุงไฮน์ริช (Jungheinrich) ช่วยยกระดับและเพิ่มความคล่องตัวให้คลังสินค้าของคุณได้อย่างไร?

กลุ่มโซลูชันประโยชน์หลักที่ธุรกิจของคุณจะได้รับ
รถยกและอุปกรณ์เคลื่อนย้ายในอุตสาหกรรม (Industrial trucks)รถหยิบยกสินค้า (Order Pickers) คุณภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระยะความสูงในการหยิบจัดสินค้าทุกรูปแบบ
ระบบจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า (Warehouse systems)โครงสร้างระบบชั้นวางสินค้า (Racking Solutions) แบบปรับแต่งได้ตามต้องการ เพื่อการจัดสรรพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
โซลูชันระบบอัตโนมัติ (Automation solutions)รถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ (AGVs), เครนจัดเก็บสินค้า (Stacker Cranes) และเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะ
โซลูชันด้านซอฟต์แวร์ (Software solutions)ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า Jungheinrich WMS ควบคุมและติดตามกระบวนการทำงานทั้งหมดแบบครบวงจร (End-to-End Control)
บริการให้คำปรึกษาและซ่อมบำรุง (Consulting & service)ทีมผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด พร้อมบริการหลังการขายที่มั่นใจได้ในระยะยาว

ประโยชน์ที่ธุรกิจของคุณจะได้รับเมื่อเลือก ยุงไฮน์ริช (Jungheinrich):

บริการจาก ยุงไฮน์ริช สำหรับระบบการหยิบจัดสินค้า (Jungheinrich Services for Order Picking)

เราพร้อมดูแลคุณด้วยบริการแบบครบวงจรจากทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ:

ผลิตภัณฑ์เพื่อการหยิบจัดสินค้าจาก ยุงไฮน์ริช (Order Picking Products From Jungheinrich)

ตอบสนองทุกความต้องการในคลังสินค้าด้วยไลน์สินค้าที่ครอบคลุมและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ:

ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณกำลังมองหาแนวทางในการยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการหยิบจัดสินค้า (Order Picking) 

หรือต้องการปรับปรุงระบบคลังสินค้าให้ทันสมัยและคุ้มค่าที่สุด ทีมงานยุงไฮน์ริชพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

 

ยังมีข้อสงสัยใช่หรือไม่