Line
แบบฟอร์มติดต่อ
1483 สายด่วนบริการ เบอร์โทรฟรี
ค้นหาที่ตั้งสาขา
FIFO, FEFO, LIFO คืออะไร

FIFO, FEFO, LIFO คืออะไร? ควรเลือกชั้นวางพาเลทแบบไหนให้จัดการสต๊อกได้ดี?

บทความนี้ Jungheinrich จะพาไปทำความรู้จักกับระบบเหล่านี้ พร้อมคำแนะนำในการเลือกชั้นวางพาเลทให้ตอบโจทย์การใช้งาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน

การจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะการเลือกใช้วิธีการจัดเก็บและเบิกจ่ายสต๊อกให้สอดคล้องกับประเภทของสินค้า ระบบที่เป็นมาตรฐานสากลและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ได้แก่ ระบบ FIFO, FEFO และ LIFO ซึ่งแต่ละระบบมีหลักการทำงานรวมถึงการเลือกใช้อุปกรณ์จัดเก็บที่แตกต่างกันออกไป

การจัดการคลังสินค้าแบบ FIFO คืออะไร?

FIFO คืออะไร

FIFO คือ First In, First Out หรือหลักการบริหารสินค้าคงคลังแบบ "เข้าก่อน ออกก่อน" ซึ่งหมายความว่าสินค้าล็อตที่ถูกนำเข้ามาเก็บในคลังเป็นลำดับแรก จะต้องถูกเบิกจ่ายหรือนำไปขายก่อนเป็นลำดับแรกเช่นกัน วิธีนี้จะช่วยให้สินค้าที่เหลืออยู่ในสต๊อกเป็นสินค้าใหม่เสมอ ทำให้บริหารจัดการได้ง่ายและลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสื่อมสภาพจากการถูกเก็บทิ้งไว้นาน ระบบนี้เหมาะสำหรับสินค้าที่ไม่มีการระบุวันหมดอายุที่ตายตัวแต่สามารถตกรุ่นหรือเสื่อมสภาพตามกาลเวลาได้ เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น อุปกรณ์ไอที หรือสินค้าเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ระบบ FIFO เหมาะกับชั้นวางพาเลทประเภทไหน?

การจัดการคลังสินค้าแบบ FEFO คืออะไร?

 FEFO คืออะไร

FEFO คือ First Expired, First Out หรือระบบการจัดการคลังสินค้าแบบ "หมดอายุก่อน ออกก่อน" หลักการนี้จะให้ความสำคัญกับวันหมดอายุของสินค้าเป็นหลัก แม้ว่าสินค้านั้นจะเพิ่งถูกรับเข้ามาในคลังทีหลังก็ตาม หากมีกำหนดหมดอายุก่อน ก็จะต้องถูกนำออกไปใช้งานหรือขายก่อนเสมอ ระบบนี้มีความสำคัญอย่างมากในการจัดการสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค และเครื่องสำอาง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และลดความสูญเสียจากสินค้าหมดอายุคาคลัง

ระบบ FEFO เหมาะกับชั้นวางพาเลทประเภทไหน?

การจัดการคลังสินค้าแบบ LIFO คืออะไร?

LIFO คืออะไร

LIFO คือ Last In, First Out หรือวิธีการจัดการคลังสินค้าแบบ "เข้าทีหลัง ออกก่อน" ซึ่งหมายถึงสินค้าล็อตใหม่ที่เพิ่งถูกนำเข้ามาจัดเก็บ จะถูกนำออกไปใช้งานหรือเบิกจ่ายเป็นลำดับแรก วิธีนี้มักจะใช้กับสินค้าที่ไม่เน่าเสียหรือไม่มีวันหมดอายุ การจัดการแบบ LIFO ช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นในการจัดการต้นทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาสินค้าผันผวน เนื่องจากสะท้อนต้นทุนปัจจุบันได้ใกล้เคียงความจริง จึงมักนิยมใช้ในธุรกิจค้าปลีกบางประเภท หรือธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบโภคภัณฑ์ เช่น วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ โลหะ และพลังงาน

ระบบ LIFO เหมาะกับชั้นวางพาเลทประเภทไหน?

ข้อแตกต่างระหว่างระบบ FIFO, FEFO และ LIFO คืออะไร?

ระบบ

หลักการทำงาน

ประเภทสินค้าที่เหมาะสม

FIFO

เข้าก่อน ออกก่อน 

(First In, First Out)

เสื้อผ้า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, สินค้าที่เสื่อมสภาพตามเวลา

FEFO

หมดอายุก่อน ออกก่อน 

(First Expired, First Out)

อาหารและเครื่องดื่ม, ยารักษาโรค, เครื่องสำอาง

LIFO

เข้าทีหลัง ออกก่อน 

(Last In, First Out)

วัสดุก่อสร้าง, โลหะ, เคมีภัณฑ์, สินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุ

ประโยชน์ของการเลือกใช้ระบบจัดการสต๊อกที่เหมาะสมคืออะไร?

  • ช่วยให้การบริหารพื้นที่บนชั้นวางของอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบและค้นหาสินค้าได้ง่าย
  • ลดโอกาสการเกิดความเสียหายจากการที่สินค้าหมดอายุหรือตกรุ่น ซึ่งช่วยลดความสูญเสียทางต้นทุน
  • ช่วยให้ระบบการทำบัญชีและการประเมินมูลค่าสินค้าคงคลังมีความถูกต้องและสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ
  • เพิ่มความคล่องตัวให้พนักงานในการเบิกจ่ายหรือจัดเก็บสินค้า ทำให้การปฏิบัติงานรวดเร็วขึ้น

ธุรกิจของคุณเหมาะกับการจัดเก็บสินค้าประเภทไหน?

การเลือกประเภทชั้นจัดเก็บและการบริหารคลังสินค้าที่สอดคล้องกับประเภทวัตถุดิบหรือสินค้า เป็นหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า มาดูกันว่าสินค้าของคุณเหมาะกับระบบการจัดการแบบใดมากที่สุด

สรุปแล้วควรเลือกระบบจัดการคลังสินค้าแบบไหนให้คุ้มค่า?

การประเมินลักษณะของสินค้าเป็นกุญแจสำคัญในการเลือกระบบจัดการคลังสินค้า ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเหมาะสมกับ FIFO, FEFO หรือ LIFO การมีระบบและอุปกรณ์จัดเก็บที่สอดคล้องกับวิธีการเบิกจ่ายจะช่วยยกระดับการทำงานได้อย่างเห็นผล 

Jungheinrich ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคลังสินค้าและโลจิสติกส์ พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร เรามีบริการชั้นวางพาเลทรูปแบบต่าง ๆ และจัดจำหน่ายหรือให้เช่าโฟล์คลิฟท์คุณภาพสูง รวมถึงรถ Reach Truck ที่ออกแบบมาเพื่อการยกสินค้าขึ้นชั้นวางพาเลทในพื้นที่จำกัดได้อย่างคล่องตัว ช่วยให้การหยิบและจัดเก็บสินค้าตามระบบที่คุณเลือกเป็นไปอย่างแม่นยำ ปลอดภัย และตอบสนองต่อเป้าหมายของธุรกิจคุณ 

FIFO, FEFO, LIFO คืออะไร

หากคุณกำลังมองหาโซลูชันเพื่อยกระดับการทำงานภายในคลังสินค้า Jungheinrich พร้อมให้คำปรึกษาด้านอุปกรณ์คลังสินค้าที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับการจัดการสินค้าของคุณอย่างครบวงจร ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาได้ที่ โทร. 1483

Stage เงินปันผล

ข้อมูล ติดต่อ

เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

โทรศัพท์

1483

ทำการติดต่อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดการคลังสินค้า?

ยังมีข้อสงสัยใช่หรือไม่