รถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) คืออะไร?
รถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) คือ ยานพาหนะที่ใช้สำหรับการเคลื่อนย้ายพาเลทสินค้าหรือสิ่งของ โดยมีลักษณะเป็นรถขนาดใหญ่ที่ติดตั้งเสา (Mast) และแผงงา (Forks) ที่สามารถยกขึ้น-ลงได้บริเวณด้านหน้าของตัวรถยก ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถยกและเสียบพาเลทสินค้าที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งหลักการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์จะมีขั้นตอนง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอนคือ
- บังคับงาเพื่อเสียบเข้าใต้พาเลทสินค้า จากนั้นทำการยกหรือลิฟท์เสาขึ้นเพื่อให้พาเลทลอยขึ้นจากพื้น
- เคลื่อนที่รถโฟล์คลิฟท์เพื่อขนย้ายสินค้าไปยังจุดหมายปลายทาง
- บังคับงา ให้วางสินค้าลงบนจุดที่ต้องการ และถอนงา (Forks) ออกจากพาเลท
ส่วนประกอบของรถโฟล์คลิฟท์
สำหรับรถโฟล์คลิฟท์ที่จะสามารถทำงานขนส่ง เคลื่อนย้าย และยกพาเลทขึ้น-ลง ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องมีส่วนประกอบสำคัญที่จำเป็นต่อการใช้งานดังนี้
1. โครงรถโฟล์คลิฟท์
โครงรถโฟล์คลิฟท์เป็นส่วนประกอบหลักที่เป็นฐานของตัวรถ โดยจะประกอบไปด้วย ล้อ ห้องโดยสาร เสายก และงา ซึ่งขนาดของโครงรถนั้นจะมีความแตกต่างตามประเภทการใช้งานและน้ำหนักสินค้าที่สามารถรองรับได้
2. เครื่องยนต์และแบตเตอรี่
ส่วนประกอบถัดมาคือส่วนของเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ ซึ่งรถโฟล์คลิฟท์มีทั้งแบบเครื่องยนตร์สันดาปภายใน (เบนซิน ดีเซล และแก๊ส LPG) และแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่รับพลังงานจากแบตเตอรี่
3. ตัวถ่วงน้ำหนัก
ตัวถ่วงน้ำหนักเป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สำคัญของรถโฟล์คลิฟท์ ที่จะทำหน้าที่ถ่วงน้ำหนักเวลาที่มีการยกสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ๆ โดยตัวถ่วงน้ำหนักจะถูกติดตั้งไว้ที่บริเวณส่วนหลังของตัวรถเพื่อสร้างความสมดุลในขณะที่มีการยกสินค้าขึ้น
4. เสาค้ำ
เสาค้ำเป็นส่วนประกอบของรถโฟล์คลิฟท์ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวยึดระหว่างแผงงากับตัวรถ และยังทำหน้าที่เป็นรางสำหรับเคลื่อนขึ้น-ลงของงาอีกด้วย
5. แผงงา
ส่วนประกอบส่วนสุดท้ายของรถโฟล์คลิฟท์ คือ แผงงา จะทำหน้าที่เป็นตัวยึดจับงาซึ่งจะถูกติดตั้งอยู่กับเสาค้ำ เพื่อให้สามารถลิฟท์เสาขึ้น-ลงได้ง่าย
ประเภทของรถโฟล์คลิฟท์
สำหรับใครที่สงสัยว่ารถโฟล์คลิฟท์มีกี่ประเภท บทความนี้จะมาคลายข้อสงสัยให้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น โดยประเภทของรถโฟล์คลิฟท์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า
Forklift ประเภทแรกจะเป็นรถ โฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklift) ซึ่งเป็นรถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไฟฟ้า 100% ในการขับเคลื่อน จุดเด่นคือสามารถชาร์จไฟได้เลย ไม่ต้องเติมน้ำมันหรือเติมแก๊ส LPG ทำให่มีความปลอดภัยมากกว่ารถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์สันดาป ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม จากของเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์
โดย แบตเตอรี่โฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ แบตเตอรี่ลิเธียมไออออน (Lithium-ion Battery) และแบตเตอรี่กรดตะกั่ว (Lead Acid Battery) ซึ่งแบตเตอรี่ลิเธียมไออออนจะมีเทคโนโลยี และจุดเด่นที่ได้เปรียบแบตเตอรี่กรดตะกั่วในเรื่องของการให้ความจุพลังงานที่สูง
มาพร้อมกับอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถชาร์จไฟได้เร็ว และมีการรักษาไฟฟ้าที่ดี ที่สำคัญพลังงานไฟฟ้ายังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
รถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์สันดาป
Forklift ประเภทที่สองจะเป็นรถโฟล์คลิฟท์เครื่องยนต์สันดาป (Engine Forklift) ที่จะใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเบนซิน ดีเซล หรือแก๊ส LPG เป็นแหล่งพลังงาน เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้งหรือในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเพียงพอ สามารถยกของหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถเติมเชื้อเพลิงได้ง่าย ช่วยให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
10 ประเภทย่อยของรถโฟล์คลิฟท์
รถโฟล์คลิฟท์มี 10 ประเภทย่อย ๆ ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะที่เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกรถโฟล์คลิฟท์ให้เหมาะกับธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด
1. รถโฟล์คลิฟท์ แบบนั่งขับ (Warehouse Forklift)
รถโฟล์คลิฟท์แบบนั่งขับเป็นประเภทที่รู้จักกันมากที่สุด มีลักษณะโดดเด่นคือมีงายื่นออกมาจากด้านหน้า รถยกประเภท Warehouse Forklift นี้นิยมใช้ในคลังสินค้าสำหรับการขนถ่ายพาเลทและสินค้าต่าง ๆ รวมถึงการขนย้ายสิ่งของลงจากรถบรรทุก Warehouse Forklift ทั่วไปสามารถยกของหนักได้ประมาณ 2.5 ตัน แต่บางรุ่นมีความสามารถในการยกของหนักได้ถึง 10 ตันขึ้นไป
2. รถโฟล์คลิฟท์ แบบนั่งข้าง (Side Loader)
รถโฟล์คลิฟท์แบบนั่งข้างมักพบในโรงงานผลิตเหล็กหรือสถานที่ที่ต้องขนย้ายสินค้าหนักและยาวเทอะทะ ผู้ปฏิบัติงานจะยืนอยู่ในช่องด้านข้างและเคลื่อนที่ไปด้านข้าง การยกสินค้าจากด้านข้างทำให้สามารถขับและยกของขึ้นชั้นวางสินค้าได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเลี้ยว เหมาะสำหรับการใช้งานในทางเดินแคบและยกสินค้าที่มีลักษณะยาว เช่น ไม้ ท่อ เหล็ก และอลูมิเนียม
3. รถโฟล์คลิฟท์ แบบยืนขับ (Reach Fork Truck)
รถโฟล์คลิฟท์แบบยืนขับใช้ในคลังสินค้าเป็นหลัก มีความสามารถหลักคือสามารถขยายงาออกและเข้าถึงชั้นวางสินค้าได้ดี มีห้องโดยสารที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีทัศนวิสัยการมองเห็นที่ดี ส่วนมากนำไปใช้งานในคลังสินค้า โกดัง ร้านค้าขายปลีก ขายส่ง และห้องเย็น รถโฟล์คลิฟท์ประเภทนี้สามารถทำงานได้ในพื้นที่แคบและมีความคล่องตัวสูง เหมาะกับการจัดการพื้นที่คลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
4. รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า แบบนั่งขับ (Electric Forklift)
รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าแบบนั่งขับเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีงาด้านหน้าและน้ำหนักด้านหลังเพื่อถ่วงน้ำหนักของการบรรทุกสินค้า รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าจาก Jungheinrich รวมประสิทธิภาพสูงสุดเข้ากับการใช้พลังงานที่ต่ำ ด้วยมอเตอร์สามเฟสที่ทันสมัยและแนวคิด PureEnergy ขั้นสูง ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดและเหมาะสำหรับการใช้งานในร่มโดยไม่มีมลพิษ
5. รถโฟล์คลิฟท์ขนาดใหญ่ แบบนั่งขับ (Industrial Forklift)
รถโฟล์คลิฟท์ขนาดใหญ่แบบนั่งขับได้รวมฟังก์ชันการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ทั้งหมดไว้ด้วยกัน นิยมนำไปใช้งานในคลังสินค้าขนาดใหญ่ รถโฟล์คลิฟท์ประเภทนี้อาจไม่สามารถเข้าถึงมุมแคบได้ แต่สามารถยกสินค้าที่มีน้ำหนักบรรทุกได้มากกว่ารถโฟล์คลิฟท์ประเภทอื่น ๆ เหมาะสำหรับงานหนักในอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์ที่ต้องการความแข็งแรงและทนทาน
6. รถโฟล์คลิฟท์สำหรับพื้นที่ขรุขระ แบบนั่งขับ (Rough Terrain Forklift)
รถโฟล์คลิฟท์สำหรับพื้นที่ขรุขระได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานกลางแจ้งบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ มียางลมที่ทนทานซึ่งสามารถใช้งานบนพื้นหินได้ ยางขนาดใหญ่และเกลียวที่แข็งแรงทำให้มีความสมดุลและเสถียรภาพที่ดีในการขนย้ายวัสดุอย่างปลอดภัย เหมาะสำหรับงานก่อสร้าง เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมหนักที่ต้องทำงานนอกอาคารบนพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
7. รถโฟล์คลิฟท์ แบบสแตกเกอร์ (Reach Stacker)
รถโฟล์คลิฟท์แบบสแตกเกอร์มีลักษณะเฉพาะเจาะจง ไม่มีห้องโดยสารให้กับคนขับ ผู้ใช้งานจะเดินตามหลังและบังคับรถโดยใช้ที่จับ เหมาะสำหรับการรับน้ำหนัก 1-2 ตัน สามารถทำงานในพื้นที่แคบและมีความคล่องตัวสูง เหมาะกับการใช้งานในคลังสินค้าขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีทางเดินแคบ ช่วยให้การจัดการสินค้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้พื้นที่น้อย
8. รถโฟล์คลิฟท์ แบบแฮนด์ลิฟท์ (Hand Lift)
รถโฟล์คลิฟท์แบบแฮนด์ลิฟท์มีขนาดเล็ก ไม่สามารถยกของขนาดใหญ่ได้ แต่เหมาะกับการยกของในพื้นที่แคบ แม้ว่าความสามารถในการยกของจะต่ำ แต่ค่าใช้จ่ายในการซื้อและเช่าก็ต่ำมากเช่นกัน ใช้งานง่ายและไม่ต้องการการฝึกอบรมพิเศษ เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดเล็ก คลังสินค้าขนาดเล็ก และพื้นที่ที่มีการขนย้ายสินค้าน้ำหนักไม่มาก
9. รถโฟล์คลิฟท์ แบบมีระยะเอื้อม (Telehandler)
รถโฟล์คลิฟท์แบบมีระยะเอื้อมมีบูมและแขนที่ยืดออกได้ เป็นการผสมผสานระหว่างรถเครนและรถโฟล์คลิฟท์ สามารถยกของหนักและมีความสูงมากได้ เช่น ยกสินค้าหนัก 2.5 ตันจากความสูง 6 เมตร ไม่เหมาะสำหรับพื้นที่แคบและมุมแคบ แต่นิยมใช้ในสถานที่ก่อสร้างที่มีพื้นกว้างและมีชั้นวางของที่สูงมาก
10. รถโฟล์คลิฟท์ แบบกระเช้า (Order Picker)
รถโฟล์คลิฟท์แบบกระเช้าไฟฟ้าใช้ในการหยิบและส่งมอบวัสดุจากที่จัดเก็บ อาจมีความสูงถึง 8 เมตร ออกแบบมาเพื่อยกผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปยังชั้นวางคลังสินค้าและหยิบสินค้าทีละชิ้นแทนการยกทั้งพาเลท ส่วนมากใช้ในคลังสินค้า ทำให้สามารถจัดการกับสินค้าขนาดต่าง ๆ ตั้งแต่ชิ้นส่วนรถยนต์ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของรถโฟล์คลิฟท์
หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจกับส่วนประกอบและประเภทของรถโฟล์คลิฟท์กันไปแล้ว ถัดไปมาดูประโยชน์ของรถโฟล์คลิฟท์กันดีกว่าว่า ช่วยให้การทำงานในคลังสินค้าและธุรกิจดีขึ้นอย่างไรได้บ้าง
1. ทำงานได้มากกว่าแรงงานคน
รถโฟล์คลิฟท์ถูกออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนย้ายพาเลทสินค้าหรือสิ่งของที่มีปริมาณน้ำหนักมาก ๆ ได้อย่างง่ายได้ ซึ่งช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำงานรวมถึงทุ่นแรงคนเป็นอย่างมาก
2. ลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ
การใช้รถโฟล์คลิฟท์สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นค่าแรงในการขนย้าย ลดความเสียหายของสินค้า ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนย้ายสินค้าลดลง
3. ได้เปรียบในการแข่งขันเชิงธุรกิจ
การมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเสริมการทำงานอย่างรถโฟล์คลิฟท์ย่อมได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจ จากการขนส่งสินค้าได้รวดเร็ว ตรงต่อเวลา ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนความเป็นมืออาชีพและความทันสมัยของแบรนด์
4. เป็นสินทรัพย์ของธุรกิจ
รถโฟล์คลิฟท์ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายแต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่อธุรกิจ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ยาวนานและสามารถบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมได้ง่าย
5. เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน
การใช้รถโฟล์คลิฟท์ยกของหนักแทนการยกด้วยมือ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของพนักงานอีกทั้งรถโฟล์คลิฟท์ยังมีระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานเช่น ไฟสัญญาณ (LED Warning Lights) เสียงแจ้งเตือน (Buzzer) และระบบกล้อง (Camera Systems) เป็นต้น
ธุรกิจประเภทใดเหมาะกับการใช้งานรถโฟล์คลิฟท์?
รถโฟล์คลิฟท์เป็นยานพาหนะสำหรับยกของที่มีประโยชน์ เหมาะกับธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องจัดการกับสินค้าจำนวนมาก มีการขนย้ายสินค้าบ่อยครั้ง หรือต้องจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า ซึ่งประเภทธุรกิจที่เหมาะกับรถโฟล์คลิฟท์จะมีดังนี้
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้า (Warehouse Businesses)
โฟล์คลิฟท์ช่วยในเรื่องการขนย้าย จัดเก็บ และโหลดสินค้าขึ้นยานพาหนะได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย
อุตสาหกรรมโรงงานผลิต (Manufacturing Industries)
ในอุตสาหกรรมโรงงานผลิต จะเน้นในการผลิตสินค้าต่างๆ ซึ่งรถโฟล์คลิฟท์จะช่วยในการขนย้ายสินค้านั้นๆ ให้เป็นเรื่องง่าย ซึ่งการเคลื่อนย้ายสินค้าเหล่านี้จะคำนึงถึงประสิทธิภาพในการทำงานเป็นหลัก เช่น สินค้าหนักที่เป็นชิ้นส่วนรถยนต์ หรืออะไหล่เครื่องจักร ที่จำเป็นต้องใช้รถโฟล์คลิฟท์ที่มีประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายสินค้าที่สูงและให้ความปลอดภัย
ธุรกิจการขนส่งชิปปิ้ง (Shipping Industry)
อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมีการใช้รถโฟล์คลิฟท์ถ่วงน้ำหนัก เคานเตอร์บาลานซ์ในการเคลื่อนย้ายภายในลานชิปปิ้ง ซึ่งเป็นการขนถ่ายสินค้าจากตู้คอนเทนเนอร์ไปยังคลังสินค้าหรือพื้นที่อื่นที่กำหนด
ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center)
ปัจจุบันอีกหนึ่งธุรกิจที่ใช้รถโฟล์คลิฟท์กันอย่างแพร่หลาย นั่นคือศูนย์กระจายสินค้า หรือ DC ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสินค้าระหว่างเคลื่อนย้ายเป็นหลัก ตั้งแต่เริ่มโหลด ขนย้าย ไปจนถึงโหลดเข้าพื้นที่ที่กำหนด
ธุรกิจเกษตรกรรม (Agricultural business)
รถโฟล์คลิฟท์ถ่วงน้ำหนัก เคาน์เตอร์บาลานซ์ มีความปลอดภัยและทนทาน อีกทั้งยังให้ความอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งภายใน (Indoor) และภายนอกอาคาร (Outdoor) แต่เพื่อให้ใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์มากที่สุด นั่นคือ การใช้งานในพื้นที่เรียบ กล่าวคือ สามารถใช้งานภายในโกดังเก็บผลไม้ หรือลานกว้าง ที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเคลื่อนย้ายสินค้า
รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้น EFG
เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว – อเนกประสงค์และยืดหยุ่น สำหรับการทำงานกะเดียว:
• รองรับความสูงในการยกได้สูงสุด 6.5 เมตร และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 3 ตัน
• ใช้งานง่าย และพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
• เลือกติดตั้งเทคโนโลยี ลิเธียมไอออนขั้นสูง ได้ตามต้องการ
• เข้าถึงบริการรถของ Jungheinrich ได้อย่างครบวงจร
-
3000
-
6500
mm
-
1300
-
1500
kg
-
3000
-
6500
mm
-
1600
-
3000
kg
รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ารุ่นทรงพลัง EFG
ออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนักต่อเนื่อง – ทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงงานที่ต้องทำหลายกะอย่างเข้มข้น
• รองรับความสูงในการยกได้สูงสุด 7.5 เมตร และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 5 ตัน
• การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ และสามารถปรับสเปคได้ตามความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งาน
• ประหยัดพลังงาน พร้อมตัวเลือกเทคโนโลยี ลิเธียมไอออน
• มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
-
2020
-
7000
mm
-
1300
-
2000
kg
-
2020
-
7000
mm
-
1600
-
2000
kg
-
2900
-
7500
mm
-
2500
-
3500
kg
-
2480
-
7500
mm
-
3500
-
5000
kg
Jungheinrich ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโฟล์คลิฟท์คุณภาพ
สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรที่มีการขนย้ายสินค้าที่มีน้ำหนักหรือมีปริมาณมาก ๆ การตัดสินใจเลือกซื้อรถโฟล์คลิฟท์ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยลดระยะเวลาในการขนย้ายสินค้าแล้ว ยังช่วยประหยัดทรัพยากรในด้านต่าง ๆ เช่น ลดการใช้ทรัพยากรบุคคล หรือลดค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ เป็นต้น ที่สำคัญการเลือกใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ายังส่งผลดีในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความปลอดภัยสูง มีสมรรถนะสูงใช้วัสดุที่แข็งแรงมีคุณภาพ อีกทั้งยังประหยัดเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนและสามารถหาอะไหล่ซ่อมบำรุงได้ง่าย
สำหรับใครที่สนใจโฟล์คลิฟท์ (Forklift) สามารถเลือกดูสินค้าจาก Jungheinrich ผู้จัดจำหน่ายรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าราคาดีคุณภาพระดับพรีเมียม รถโฟล์คลิฟท์ราคาคุ้มค่าที่มาพร้อมความปลอดภัยสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะเป็นรถไฟฟ้า 100% พร้อมทั้งยังให้บริการเช่ารถโฟล์คลิฟท์รวมถึงจัดจำหน่ายรถโฟล์คลิฟท์มือสอง นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่นๆอีกมากมาย ทั้งรถยกสูงไฟฟ้า (Reach Truck) รถลากพาเลท (Pallet Truck) หรือ รถ AGV เป็นต้น
โดยสามารถสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่